Register LOGIN Forget password ?
:: Special Scoops ::
Guest View : 8,513 / Last update : 24/06/2008
 

หน้า 1 :: หน้า 2
สัมภาษณ์พิเศษ : สุกี้ กมล สุโกศล แคลป์ป Dream Chaser #2

สตอร์มไรเดอร์: มันมีหลายคนนะ ที่ซื้อมอเตอร์ไซค์ไม่ได้เอาไปขี่ แต่ซื้อไปจอด บางคนเค้าเดินเข้ามาซื้อเนี่ย บอกเลยนะ ว่าผมซื้อไปจอด

คุณสุกี้:มันเป็น Art นะ บางทีความสุขคนเรามันต่างกัน และเดี๋ยวนี้ หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ รุ่น เค้าก็ไปจ้างนักออกแบบมานะ เดี๋ยวนี้หลายๆ รุ่นสวยดีนะ

สตอร์มไรเดอร์: หลายๆ คนเนี่ย เริ่มขี่มอเตอร์ไซค์จากเหตุผลคล้ายๆ พี่สุกี้ คือ ชอบ และรู้สึกว่ามันเป็น Art

คุณสุกี้:กว่าที่คุณจะมาสนใจเรื่อง Performance เนี่ย มันต้องเป็นตอนที่คุณอยากจะแข่ง จะเริ่มแข่ง ถึงตอนนั้นแล้วคุณจะเริ่มหันมาสนใจ Performance แล้ว คือวันก่อนผมไปลองขับรถแบบพวกสปอร์ตคลาสสิค ผมก็นะ มันขับกันยังไงวะ ผมก็ดูเค้าขับนะ มันขับกันได้ว่ะ

สตอร์มไรเดอร์: บางทีผมก็รู้สึกนะ อย่างรถบางคันนะ ผมรู้สึกนะว่า ไอ้รถรุ่นนี้มันจะขายได้ยังไงวะ ใครมันจะมาซื้อ แต่คนที่เค้าชอบ พอเค้าเดินเข้ามาในหัวเค้าจะไม่สนใจรุ่นอื่นเลยนะ ไม่ว่าไอ้รุ่นอื่นมันจะเป็น Best of The Year หรือ Performance ดีสุดๆ เค้าจะเจาะจงเลยว่า จะเอารุ่นนี่นะไอ้รุ่นที่คลาสสิคประหลาดๆ เนี่ยแหละ

คุณสุกี้:ใช่ มันเหมือนผู้หญิงน่ะ อย่างผมเนี่ย ผมมีกีตาร์หกสิบกว่าตัว คนก็ถามว่า ซื้อมาทำไมตั้งหกสิบตัว คือแต่ละตัวมันไม่เหมือนกันน่ะ

สตอร์มไรเดอร์: มันมีเอกลักษณ์

คุณสุกี้:ใช่ ไม่มีสองตัวไหนเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นกีตาร์ที่ใช้มือทำ มันยิ่งไม่เหมือนกัน มันก็เหมือนมอเตอร์ไซค์น่ะ คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไร คุณก็มองหาสิ่งนั้น อย่างสมัยก่อนเนี่ย ผมยอมรับนะ ผมไม่ค่อยสนใจรถเล็กๆ เท่าไหร่ แต่พอผมได้ลองขี่วิบากนะ ไอ้ XR นี่แหละ ผมขี่มันสองเดือนนะ โอโห มัน....ว้าว!!!

สตอร์มไรเดอร์: มันใช่

คุณสุกี้:มันสนุก โอเค ผมก็ยังชอบขี่รถใหญ่ๆมากกว่า แต่ผมก็ยอมรับนะว่ามันสนุกจริงๆ คือพอขี่มันอยู่สองเดือนแล้วผมกลับไปขี่ไอ้ไทเกอร์แล้วเข้าโค้ง ผมก็เอาขาลง (เหมือนขี่วิบาก) ผมก็...เฮ้ย... Ku ทำอะไรวะ... Hear อะไรวะ (หัวเราะ) ใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมงปรับตัวน่ะ Ku เอาขาลงทำ Ha อะไรวะ...(หัวเราะ) แต่ยอมรับเลยว่า อย่างวิบากมันสนุก อีกแบบ ยิ่งอย่างตอนไปขี่ขึ้นเขาเนี่ย คือคุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องใหญ่กว่า 250 น่ะ โห... มันโคดสนุกเลยน่ะ ถามว่ามันสนุกกว่าขี่รถใหญ่มั้ย ไม่นะ มันหนุกไปอีกแบบน่ะ อย่างตอนที่เพิ่งไปมาเนี่ย คนที่เค้าไปด้วย เค้ามีทักษะวิบาก เค้าก็สอนผมนะ พี่ๆ ต้องใช้สะโพกพี่ เวลาเค้าขี่ เค้าไปแบบ กุกๆๆๆ ไปเรื่อยเลยนะ คือ เค้าขี่เป็นนะ เค้าสอนผมเยอะเลยล่ะ มีอยู่ตอนนึง มันเป็นน้ำ แล้วก็เป็นเนิน ผมก็มองแล้วคิด เฮ้ย Ku ล้มแน่เลยว่ะ เค้าก็บอกว่า พี่ต้องบิดครับ พี่ต้องบิดไปเลย อย่าหยุดบิดนะพี่ ผมก็...เอาวะ.. ไปวะ...เฮ้ย...มันไปได้ว่ะ... ไม่ล้มว่ะ แล้วอีกอย่างที่ผมเรียนรู้มาคือบางเทคนิคที่เราได้มาจากขี่วิบากเนี่ยเราก็เอามาใช้กับพวกรถใหญ่ได้นะ

สตอร์มไรเดอร์: พวกระดับโลกเนี่ย...ส่วนใหญ่จะเคยขี่วิบาก เพราะเค้าจะได้เรียนรู้ว่า เวลามันออกอาการเนี่ยมันยังไง อย่างวิบากเนี่ย เราได้ลอง ได้กล้าที่จะลองสไลด์ ได้เรียนรู้ความรู้สึกมันส์

คุณสุกี้:ผมยังอยากจะซื้อคันนึงเลย เอาคันที่ผมขี่นี่แหละ คือเรากล้า เพราะเรารู้ว่ามันไม่พัง มันไม่ค่อยเจ็บ แต่ผมก็เคยเจ็บทีนึงนะ คือมันขึ้นเขา เค้าก็บอก...พี่.. ขึ้นเขาอย่างนี้ พี่ต้องบิดอย่างเดียว(หัวเราะ)ผมก็... เออๆ โอเค บิดอย่างเดียววะ เค้าขึ้นไปก่อน ผมก็บิด แล้วมันก็...โครม ผมเจ็บ มอเตอร์ไซค์มันทับขาผม เพราะตอนขึ้นไปเราก็บิดแล้วก็..F…K (หัวเราะอารมณ์ดี) ... วันนั้นน่ะ โหดที่สุด (หัวเราะสะใจ..) ไอ้วันรุ่งขึ้นก็ต้อง กลับอีกเส้นเดิมนะ ผมต้องเจอไอ้เขาลูกเดิม ต้องผ่านไอ้เขา Hear นั่นอีก ผมก็ What The F…K Man…

สตอร์มไรเดอร์: น้อยคนที่จะได้เจอนะ

คุณสุกี้:คือผมขำความทุเรศตัวเอง คือเวลาขี่ เราต้องรู้ลิมิตตัวเอง แต่ผมเป็นคนไม่รู้ลิมิตตัวเอง ไม่รู้เลย มีอยู่เส้นนึงน่ะ มอเตอร์ไซค์มันลงเหวน่ะ ทุกคนพูดว่าพี่โชคดีนะ หลังจากนั้น เค้าก็บอก...พี่พี่..พี่ขี่ตามผมดีกว่า ผมก็..เอ่อๆ โอเคๆ (หัวเราะ)

สตอร์มไรเดอร์: ส่วนใหญ่ใครที่ได้ลองวิบาก มักจะติดใจ นี่ก็เพิ่งไปลองมาไปดูกล้วยไม้ในป่า เพราะเป็นคนที่ชอบกล้วยไม้ด้วยกัน ขี่วิบากไปช้าๆ ไปดูกล้วยไม้กัน ได้จอดชมข้างทางในป่า

คุณสุกี้:ใช่ๆ วิบากนี่มันสนุกตรงที่รถใหญ่มันไปไม่ได้ คือมันไปแบบนั้นไม่ได้หรอก อยู่ที่เราจะกล้าไปหรือเปล่า แต่มันไปได้น่ะ ผมนับถือมันเลย เขา Hear เขา Ha อะไร มันไปได้หมด อยู่ที่เรา ว่าเราจะกล้าไปหรือเปล่า อยู่ที่ใจแล้วล่ะ คือ ผม คิดไกลนิดนึง ถ้าผมจะไปรอบโลกเนี่ย มันจะเอารถอะไรไปวะ คือส่วนใหญ่เค้าจะเอา GS ใช่มั้ย อย่าง GS เนี่ย ถ้าเป็นออฟโรดจริงๆ มันก็ไปไม่ได้ใช่มั้ย คืออาจจะไม่ออนโรดล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ขนาดออฟโรดน่ะคือ ถ้าจะเอา 250 ไปเนี่ย Forget It ไม่มีทาง เหนื่อยตาย ha เลย ผมก็ไม่รู้นะ จริงๆ GS คันใหม่นี่อาจจะใช่ก็ได้นะ ไอ้ตัว 800 เนี่ย แต่ Ku เอาฟีโน่ไปดีกว่า ฮ่าๆๆ นี่ๆ (เอารูปยกขึ้นมาให้ดู) เนี่ยเป็นครอบครัวนะมาจากไซ่ง่อนน่ะ สองคัน เป็นรถธรรมดา มีซ้อนด้วย คนซ้อนอายุ 76 น่ะ คือ สำหรับผมน่ะโห บ้า ทำได้ไงวะ

สตอร์มไรเดอร์: สำหรับผมเนี่ยเชื่อว่า คนต้นคิดเ คงแค่คิดว่า ขี่ไปเหอะ รถอะไรก็เหมือนกัน เริ่มที่หัวก่อน ขอแค่คุณอยากขี่ รถอะไรก็ได้ทั้งนั้น สอง วางแผนให้ดี ว่าระยะทางขนาดนี้ ถังน้ำมันแบบนี้ จะไปยังไง ผมเลยคิดว่า การเดินทางระยะไกลมันไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรถรุ่นไหนรุ่นหนึ่ง ผมเชื่อว่า คนที่ได้เคยเดินทางรอบโลกจริงๆ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่เค้าไม่ได้มาเขียนหนังสือ เค้าไม่ได้มีเงินทำประชาสัมพันธ์มาก เค้าก็ขี่รถอะไรก็ได้

คุณสุกี้:นี่ผมยังคิดนะ ถ้าเกิดผมทำซีซั่นถัดไปนะ เส้นทางที่ผมอยากไปคือ เข้าลาว เข้าจีน ผ่านมองโกเลีย ไปจนถึงอุซเบกิซถาน เส้นเนี้ยะ ผมสนใจ แต่ผมก็ยังคิดเรื่องรถไม่ออก ว่ารุ่นไหนจะตอบโจทย์ได้ คือ มันก็ไม่ใช่ Adventure เกินไป รถอะไรมันจะตอบโจทย์นี้ดีที่สุด แต่มันก็ต้องได้บ้างน่ะ ตอบยากนะ

สตอร์มไรเดอร์: คือ ถ้าเป็นผมนะ .ผมใช้ 250 แต่อาจจะซื้อแท้งค์ที่มันใหญ่หน่อย แล้วน้ำมันก็สำรองไปกับรถ ถ้าพี่ต้องไปคนเดียวเลย ไม่มีรถตามก็คงต้องว่ากันอีกที เพราะอันนั้นมันไม่รู้ว่าน้ำมันที่จะมีที่ปั๊มถัดไปน่ะ เป็นยังไง อีกกี่กิโลจะมีปั๊ม ซึ่งรถมันก็เลยต้องใหญ่ แต่ใหญ่เท่าที่เราคุมมันได้นะ คือถ้าไม่มีตัวช่วย มันจำเป็นต้องเลือกรถใหญ่ ถังน้ำมันใหญ่ มีช่วงล่างที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ ไฟสำรองหลายดวง แต่ถ้ายังพอมีแบ็คอัพทีมนะ ผมว่าผมจะเลือก 250 ก็พอ แต่ขอแท้งค์ใหญ่ๆ

คุณสุกี้:ผมคิดว่าถ้าเป็นรถใหญ่ๆ อย่าง Adventure นะ หลายๆ เส้นมันไปไม่ได้หรอก ถ้าไปได้ก็ต้องเก่ง ship หายนะ อย่างเส้นที่ผมไปที่ตากมาเนี่ย ยังไงก็ไปไม่ได้ แต่ถ้าเดินทางไกลๆ อย่างผ่านทะเลทรายอย่างนี้ใช่ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากปีนี้ ในแง่คนทำทีวี เวลายูเลือกเส้นบ้าๆ ยูจะได้เจออะไรที่มันมากขึ้น มันจะเจออะไรแปลกๆ มากขึ้น พอเราไปเลือกเส้นแปลกๆ แล้วมันแบบ....F….K (หัวเราะ) .... อะไรวะเนี่ย... (หัวเราะ) เอ้อ ยูเคยเข็นมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขามั้ย

สตอร์มไรเดอร์: ไม่ต้องขึ้นเขาแล้ว..แค่เนินก็จะตายแล้ว

คุณสุกี้:(หัวเราะ) เหนื่อยเนอะ เหนื่อย hear hear เลย คือตอนเข็นเนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่รถเนอะ แต่มันอยู่ที่ถนนน่ะ

สตอร์มไรเดอร์: ผมมีคำถามเพิ่มนิดหน่อย เกี่ยวกับรายการพี่ คือเราจะทำ special scoop ในเว็บ Storm Rider ... คือ ถามตรงๆ ว่า ทำไม ต้องดูรายการ Dream Chaser ทำไมผมต้องรอดูรายการตอนเกือบเที่ยงคืน เพื่อดูรายการนี้ จากมุมมองคนขี่มอเตอร์ไซค์

คุณสุกี้:หนแรกที่ผมเจอพี่อ้วน (เชียงใหม่) แกบอกว่า เฮ้ย สุกี้ ผมแฮ็ปปี้มากเลยที่คุณมาทำรายการนี้ เพราะมันพรีเซ็นท์ life style แบบนี้ซึ่งมันไม่เคยมีใครทำ ไอ้คนขี่มอเตอร์ไซค์น่ะมี แต่คนที่มา represent life style แบบนี้น่ะมันไม่มี ซึ่งวันนี้ผมไปสัมภาษณ์มาใช่มั้ย นักข่าวก็ถามว่า พี่อยากฝากอะไรรึเปล่า ผมก็บอกว่าสิ่งที่ผมอยากฝากก็คือ ผมมั่นใจว่า ไม่มีรายการแบบเราในเมืองไทย ไม่ได้บอกว่าดีกว่าคนอื่นนะ แต่บอกว่าไม่มีรายการแบบเราแน่นอนในรายการทีวีเมืองไทย ในแง่ reality ของเราดิบที่สุด

สตอร์มไรเดอร์: งั้นถ้าเราพูดแบบนี้ว่า รายการท่องเที่ยวมี รายการAdventure ก็มี แต่รายการขี่มอเตอร์ไซค์ Adventure น่ะไม่มี ดังนั้นรายการนี้คือ รายการที่ตอบโจทย์สำหรับการขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อไป Adventure

คุณสุกี้:ใช่ แล้วอีกอย่างคือ คุณสมเกียรติเค้าบอกผมว่า สุ...คนไทยเค้าจะทำรายการแบบคุณไม่ได้ เพราะเค้าจะกลัวเรื่องฟอร์ม คือต้องมีฟอร์ม เต๊ะ เค้าไม่พร้อมที่จะขำตัวเองน่ะ แต่กับผม ผมมองตัวเองเป็นโจ๊กได้ มองตัวเองเป็นตัวตลกได้ มีอยู่หนนึง ผมล้มเละเลย แต่ต้องออกอากาศ เราต้องรู้จุดยืนเรา เรารู้ฝีมือเรา เรายอมรับตัวเอง ผมไปอ่านในเน็ตนะ เค้าถามกันว่าแล้วรู้ได้ไงว่าสุกี้ขับเองทุกวันน่ะ hear (หัวเราะ) ผมอ่านแล้วผมโคตรโกรธเลยน่ะ hear มึงมาขี่กะ ku สิ (หัวเราะ) โคตรโกรธเลย (หัวเราะ) มาดิ ku ท้าเลย ku อาจจะไม่เก่งที่สุดนะ แต่เอาอึดนะ มา ขี่ทุกวันๆละ 800 โล น่ะมาเลย ท้าเลย

สตอร์มไรเดอร์: บางทีคนมองว่าพอออกรายการทีวี พี่สุกี้ต้องเป็นมอเตอร์ไซค์ฮีโร่ ต้องเก่ง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ คือพี่สุกี้ ต้องการจะเสนอ life style ของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นเอง

คุณสุกี้:ผมกำลังจะเขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ผมว่าจะให้ชื่อว่า มอเตอร์ไซค์แอนด์ไอ ผมเขียนภาษาไทยไม่ได้นี่ ผมก็ให้น้องคนนึงเค้าเขียนให้ เค้าก็ถามผมว่า พี่จะให้ผมจบยังไง ผมก็คิดไม่ออก แต่วันที่ไปเจอพวกคุณครั้งแรกน่ะ ที่คุณถามว่า คุณสุกี้เข้าใจความหมายของนักขี่มอเตอร์ไซค์ยังไง ผมเลย..เฮ้ย .. ได้ chapter สุดท้ายแล้ว อะไรคือความหมายของนักขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งผมก็ได้คำตอบนะว่ามันไม่มีอะไรตายตัว คือถ้าฮาร์เลย์ จะขี่ จะเมา ไม่ใส่หมวกกันน็อค เค้าผิดเหรอ แล้วกับไอ้ hear อีกคนนึงมันจะซิ่ง จะเร็ว มันผิดเหรอ มันไม่มี ไอ้คนที่บอกว่ามีน่ะเด็ก อย่างเราจะเล่นแจ๊ส จะเล่นร็อค เนี่ยมันไม่มีถูกผิดใช่มั้ย ผมก็..เฮ้ย...ผมมีวิธีจบหนังสือแล้ว คือเราจะไปบอกพวกที่เค้าขี่อีกแบบนึงว่ายังไงน่ะ ผมว่า ขอให้สิ่งที่คุณทำน่ะ คุณจริงใจกับมัน และคุณแฮ็ปปี้น่ะใช่มั้ย

สตอร์มไรเดอร์: ใช่เลยถูกต้องเลย

คุณสุกี้:ตอนที่ผมทำซีซั่น 1 น่ะ ผมไปเจอฝรั่งคนนึง เค้าขี่รอบโลกอยู่ จะออกเหมือนบ้าๆ หน่อย เค้าก็พูดถึงรายการไอ้ Long Way Round ที่มี อีวาน แม็คเกรเกอร์ น่ะ มันก็ว่าเค้า ผมว่ามันอิจฉาเค้ามากกว่า ก็ไปว่ารายการเค้ามัน fake มันไม่จริง ผมก็...อ้าว ก็เค้าทำรายการทีวีอยู่นะ มันก็จำเป็นต้องมีบางช็อตบ้าง ที่เค้าจำเป็น ผมก็เลย...บ้า...ku ไม่คุยกับมึงแล้ว อย่างบางกลุ่มเค้าขับเวสป้ากันน่ะ ผิดหรือวะถ้าเค้ามีความสุขน่ะ แล้วถ้าเกิดผมลงลึกกว่านั้นนะ คือต้องยอมรับคนขี่มอเตอร์ไซค์บางทีมันมีฟอร์มน่ะบางทีคนนี้จัดงาน ก็ไม่มา แต่ผมกำลังจะบอกว่า ถ้าเกิดยูเลิกคิดอย่างนั้นน่ะ ทำลายกำแพงตรงนั้นได้น่ะ วงการมอเตอร์ไซค์มันจะโต แต่มันยากนะ ยากมาก

สตอร์มไรเดอร์: อันนี้เห็นด้วย เพราะอย่างที่ทำกันมานี่ก็สิบปีแล้วก็ยังเป็นอยู่

คุณสุกี้:มันยากแต่มันต้องเริ่มนะ จริงๆประเด็นนี้มันไม่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ แต่มันเกี่ยวกับมุมมอง คนที่อยู่ข้างบนน่ะเค้าต้องเป็นคนที่คนข้างล่างเห็นด้วย ต้องทำตัวอย่าง อย่างผมนะ ผมไม่ได้กล้า claim อะไร แต่ผมกล้าพูดว่าเราทำให้มันเปลี่ยน อย่างดนตรีเนี่ย ผมทำให้มันเปลี่ยน ตอนหลังมันก็เปลี่ยน คือเปลี่ยนวิธีการทำดนตรีไป คนเคยมาสัมภาษณ์นะ ผมก็บอกว่าผมไม่เก่งหรอก ผมเคยเจอคนที่เก่งน่ะ อย่างที่นิวยอร์คเนี่ย มันเก่งกว่าผมตั้งเยอะ อย่างผมดูสมัยก่อนบ้านเรา ผมดู ผมไม่ชอบ แม่งฟอร์มเยอะ ไม่เก่ง เพราะเราเคยเห็นที่เก่งมาแล้วไง ผมว่ามันอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีคิด การเปลี่ยนมุมมอง

สตอร์มไรเดอร์: พี่เคยเจอเด็กคนนึงที่ มีพรสวรรค์ มีความสามารถ อย่างในเชิงดนตรี แต่ไม่ได้นามสกุล สุโกศล ไม่ได้มีคนรู้จักเหมือนพี่ เค้าจะเป็นอย่างพี่ได้มั้ย เค้าจะมีวันนี้เหมือนที่พี่มีได้มั้ย

คุณสุกี้:อย่างตอนที่ผมกลับมาใหม่ๆ ผมไม่รู้จักใครในวงการเพลง โตเมืองนอกน่ะ ไม่รู้จักใครเลย แต่ชื่อคุณแม่เนี่ยคือการเปิดประตู อันนี้ต้องยอมรับ สมมติผมโทรไปบอกว่า สุกี้ ha อะไรก็ไม่รู้ ใครมันจะมารับสาย ใครมันจะคุยกับผม แล้วตอนผมกลับมาเมืองไทย สองปีแรกผมไม่ได้ชื่อสุกี้นะ ผมคือลูกชายคุณกมลา มันก็เป็นปมด้อยนะเว้ย คือผมกำลังจะบอกว่า ชื่อคุณแม่เนี่ยมันเปิดประตูให้คุณ อันนี้ต้องยอมรับ แต่พอคุณเดินเข้าไปแล้วเนี่ย มันอยู่ที่ฝีมือคุณแล้วนะ ว่ามันจะไปยังไง อย่างผมยกตัวอย่าง ผมเคยสัมภาษณ์เด็ก มีคนนึงมาสมัครเค้าบอกว่า พี่ผมเคยอยู่ที่...(ค่ายเพลงใหญ่ ค่ายหนึ่ง)... เค้าบอกว่า ผมอยากมิกซ์ ผมอยากอัด ผมอยากฝึก อยู่ที่นั่น ผมไม่ได้ฝึก เค้าให้ผมเสิร์ฟกาแฟอย่างเดียว อยู่ที่นี่ผมจะได้ทำมั้ย ผมก็บอกว่าที่นี่ ที่เบเกอรี่อยู่ที่ฝีมือคุณ ถ้าคุณมีฝีมือคุณก็ได้ทำ อย่างรายการทีวีเนี่ย ต่อให้เค้ารู้จักเรา แต่รายการเราไม่ดี เค้าก็ไม่เอาหรือ ถ้าไม่ตรงกับสินค้าเค้า เค้าก็ไม่เอา แม้ว่าชื่อเราจะเป็นตัวเปิดประตู

สตอร์มไรเดอร์: งั้นเราบอกได้มั้ยว่าถ้าหลังจากเปิดประตูไปแล้ว อย่างอื่นมันไม่เกี่ยว อย่างพี่สุกี้ก็อาจจะบอกว่ามันเลือกไม่ได้ที่เกิดมาในนามสกุลนี้ ก็ดีตรงที่ อาจใช้เวลาเปิดประตูเพียงครั้งเดียว แต่กับคนอื่นก็อาจจะบอกว่า คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการเปิดประตูหลายครั้งหรือนานกว่าในการเปิดประตู แต่ไม่ใช่ว่าถ้าคุณไม่ใช่คนนามสกุลนี้ คุณจะไม่สามารถเปิดประตูได้เลย

คุณสุกี้:ตอนนี้ผมพยายาม deal กับฝรั่ง เพื่อที่จะเอาซิ่งล่าฝัน ผมส่งลิงค์ไปให้เค้า กับฝรั่งเนี่ยผม no body นะ เค้าไม่รู้จักผม ผมก็ถามว่า เค้ารู้เรื่อง รู้จักผมได้ไง เค้าก็บอกว่า เค้าไปเจอคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ลาว เค้าก็เล่าเรื่องของผมให้เค้าฟัง ผมก็โอเค กับฝรั่งเนี่ยเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเค้าไม่รู้จักผมแน่นอน คือมันจะกลับไปที่งาน งานเรามันต้องดี มันต้องมีคนอยากดู ถ้างานเราไม่ดี ใครมันจะซื้อ ใครมันจะอยากดูวะ สังเกตุดูได้นะ ไม่ว่าผมสัมภาษณ์อะไรผมจะคุยแต่กับงาน ผมจะไม่มีแบบ... สุกี้เปิดบ้านอะไรทำนองนี้ผมไม่มีแน่นอน

สตอร์มไรเดอร์: ถ้าวันนี้ผมมองว่าผมเป็นผู้ชายคนนึงที่ทำรายการทีวีขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วถ้ามีฝรั่งคนนึง เค้าไม่รู้จักพี่แต่เค้าเกิดสนใจรายการพี่ขึ้นมา คือสำหรับพี่ตอนนี้ ถ้าเทียบรายการนี้กับช่วงที่พี่ทำเพลง มันอยู่ในช่วงไหน

คุณสุกี้:มันเพิ่งเริ่มน่ะ ผมยังไม่รู้เลย แต่ที่ผมรู้ก็คือว่า เอาเว็บที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวละกัน คือมันจะมีเว็บที่ดังๆ อยู่ ผมจะลองติดต่อพวกนี้เค้าดูก่อน แล้วดูซิว่าเค้าจะ feed back ยังไง คือผมจะบอกว่า คนส่วนใหญ่น่ะแค่คิดก็ไม่กล้าแล้วไง เฮ้ย เค้าจะเอามั้ย เค้าจะดูมั้ย แต่ผมสำหรับผมก็ เฮ้ย ลองดู let’s see what happen อาจจะทำไปแล้วร้องไห้กลับบ้าน (หัวเราะ) แต่ถ้าไม่ทำ มันก็ไม่รู้

สตอร์มไรเดอร์: ถ้าสมมติว่าวันนี้ คุณสุกี้ทำรายการทีวีแล้วมันดังเปรี้ยงปร้างเหมือนตอนที่ทำเพลงค่ายเบเกอรี่คุณสุกี้ คิดมั๊ยว่าวงจรเดิมๆ มันจะกลับมา คุณสุกี้ จะเบื่อมั้ย

คุณสุกี้:ถ้าผมตอบแบบตรงๆ เพลงมันมีเรื่องของธุรกิจ แต่ Dream Chaser มันก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ผมได้เรียนรู้มาแล้วไง ผมมี experience แล้ว สมัยก่อนผมไม่บอกคนนะ แต่ตอนนี้ผมออกมาแล้ว ผมพูดได้แล้ว อย่างตอนที่ผมทำเพลงน่ะ ตอนที่ผมทำวงพรู เป็นช่วงที่ผมทุกข์ที่สุด เพราะศิลปินคนอื่นเค้าก็มองว่าไอ้ hear ก็คุณสุกี้ก็ต้องเข้าข้างวงตัวเอง แต่ถ้าผมเป็นเค้านะ ผมก็คงต้องคิดแบบเค้าล่ะ ก็มึงเป็นเจ้าของค่ายนี่หว่า ช่วงนั้นผมทุกข์มาก คือ มันเจ็บน่ะ แต่นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งเลยที่ผมตัดสินใจแล้ว คือถ้าจะกลับไป ผมจะไม่กลับไปทำค่ายอีก แต่ถ้ากลับไปเล่นวงนี่อาจจะทำแต่ไม่กลับไปทำค่ายอีกแน่นอน นั่นเป็นเหตุผลจริงๆ เลยนะ ที่ผมถอยมาจากเพลงคือ มันเจ็บน่ะ ตอนนี้ผมว่าเรามันโตขึ้น ผมจะบอกว่ารายการเพลงน่ะ สินค้าคุณเป็นคนมีความรู้สึก มันยากนะเว้ย ถ้าเราออกสินค้าออกมา ถ้ามันไม่ดีเราก็เลิก แต่กับศิลปินถึงเรารู้ว่า ออกชุดต่อไปยังไงก็เจ๊งน่ะ มันยากนะเว้ย จะบอกเค้ายังไงล่ะ เพราะมันมี emotion มาเกี่ยวข้องด้วยแล้วไง ถ้าจะตอบว่าอย่างผมเล่นกล้ามเนี่ย ผมเล่นมา 20 ปี ผมก็ยังไม่เบื่อ มันยังมีเรื่องให้ผมเรียนรู้อีกทุกวัน อย่างมอเตอร์ไซค์ผมว่ามันก็เหมือนกัน อย่างรอสซี่มันยังต้องเรียนรู้อยู่ทุกวันเลย

สตอร์มไรเดอร์: ตอนที่ทำค่ายเพลง มีนักร้องหลายคน หลายวง ใช่คำว่าศิลปินหมด ซึ่งต้องบอกว่า จริงๆ แล้ว เป็นคุณสุกี้มากกว่าที่เป็นคนคิด และสร้างสรรค์งานคือ และสำหรับรายการ Dream Chaser เนี่ย คุณสุกี้มองว่ามันเป็นงานศิลปะ และคุณสุกี้ เป็นศิลปินที่สร้างมันขึ้นมารึเปล่า

คุณสุกี้:เป็นสิวะ ผมอาจจะเป็นศิลปินที่เข้าใจธุรกิจ อย่างบอยเนี่ย (คุณบอย โกสิยพงษ์) โคตรเข้าใจธุรกิจเลย แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ อย่างรอสซี่ เค้ามีโลโก้ mang แปะเต็มตัวไปหมด แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ แล้วอย่าง The Beetles เป็นเศรษฐีแสนล้านแล้วมันผิดหรือวะ ผมว่าไอ้คนที่มันพูดอย่างนี้น่ะ มันอิจฉา ก็มันผิดตรงไหนล่ะ คือถ้างานคุณไม่ดีจริง มันก็ไม่มีคนซื้อ ไม่มีใครเอาเงินมาให้คุณ ไม่มีสปอนเซอร์มา มันไม่แตกต่างจากที่ผมทำเพลง ผมสังเกตุว่า บ้านเราน่ะเป็นอย่างนี้กันเยอะ คือมันผิดตรงไหน เพราะถ้างานคุณออกมาดีแล้วมันผิดตรงไหนล่ะ คนเค้ายินดีที่จะจ่ายน่ะ อย่างคุณทำ Storm Rider ไปทัวร์ภาคเหนือ เก็บตังค์เค้าคนละ 5,000 บาท แต่คุณทำไม่ดี โรงแรมคุณห่วย คุณก็จะโดนด่าเองแหละ แต่ถ้าคุณทำออกมาดี คนแฮ็ปปี้ ผมว่าคนพวกนั้นมันยังไม่โตน่ะ มันยังเป็นเด็กน่ะอย่างตอนนั้น ป๊อดน่ะ (คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก) ก็มาถามผมว่า มีแฟนเพลงเค้ามาบอกว่า เสียงผมได้ยินบ่อยจากโฆษณา สป็อตวิทยุ ผมเอาไงดี ผมก็..เฮ้ย..ป๊อด มันเป็นอาชีพคุณ มันเป็นรายได้คุณต้องเลี้ยงตัวเอง ต้องทำมาหากิน คุณจะไปสนใจอะไรวะ มันไม่ผิดตรงไหนนะ อย่างศิลปินฝรั่ง ดาราฝรั่งเนี่ย เค้าได้เงินเยอะมาก ผมอยากจะบอกว่า อย่างคนไทยเนี่ยอย่าไปยึดติดกับคำพูดตรงนั้นมาก

สตอร์มไรเดอร์: จากประสบการณ์ของพี่ นับตั้งแต่อายุ 13 ที่ล้มมา และตอนหลังที่กลับมาขี่ใหม่แล้วได้เจอคนช่วยเหลือเสมอ

คุณสุกี้:ตอบแบบคนไทยตอบก็คือ เก่งกับเฮงมันต้องไปด้วยกัน คือผมว่าไม่ได้บอกว่ามันต้องเก่งอะไรมากน่ะ แต่อย่างผมเนี่ย ผมตั้งใจว่าผมต้องไปรอด ผมเคยเจอเด็กคนนึงนะ เค้าถามว่าพี่ขี่ไปทั่วประเทศเนี่ย พี่พกปืนหรือเปล่า ผมก็...คุณจะพกไปทำ ha อะไรวะ คือถ้ายูพกเนี่ย คุณต้องใช้นะ ผมไม่ชอบปืน ถ้าคุณพก คุณใช้เมื่อไหร่ คุณเจอคนที่พกด้วย ก็ต้องบอกว่ามันก็โชค ด้วยแหละ คือสำหรับผมเนี่ยเค้าเรียกว่า Survival Instinct คือเวลาเจอเหตุการณ์ ผมจะบอกตัวเองว่า เฮ้ย Ku ต้องรอดว่ะ มันจะไม่กลัว แต่มันจะหาทางรอดให้ได้น่ะ

สตอร์มไรเดอร์: มีสติ

คุณสุกี้:เค้าเรียกว่า Survival Instinct คือ ถ้ายิ่งคุณตกใจ มันจะยิ่ง ship หายใช่มั้ย แต่กับมอเตอร์ไซค์เนี่ย อย่างเวลาขี่ๆ เนี่ย มันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เวลามันจะล้มเนี่ย เฮ้ยๆๆ จะล้มจะล้ม..โครม มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วตอนนั้น เคยอ่านหนังสือเรื่องการขับมั๊ย ที่บอกว่าตอนล้มเนี่ยต้องท่านั้น ท่านี้ แต่พอเวลาจริงน่ะไม่มีท่าหรอกนะ มันทำอะไรไม่ทันแล้ว ตอนนั้นน่ะ อย่างมอเตอร์ไซค์เนี่ย บางทีมันก็คล้ายดนตรีนะ คือมันต้องมี feel น่ะ อย่างดนตรีถ้าวันไหนผมคิดนะจะเละ เล่นไม่ได้เรื่องเลย มอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกันแต่เบสิคคุณต้องมาก่อนนะ ต้องได้ก่อน ผมว่ามันก็คล้ายๆ กีฬาเนอะ คือมันต้องได้เบสิคก่อน แล้วที่เหลือก็เป็น feel บางทีมันก็เป็นประเด็นเรื่องวัฒนธรรมนะ บางทีอย่างเราถูกสอนมาเนี่ย ต้อง ...หนึ่ง.. บวก....หนึ่ง....ขีด ซึ่งอย่างนี้น่ะ มันเอามา apply กับศิลปะเนี่ยไปกันใหญ่ เราไม่ได้ถูกสอนให้คิดแต่ถูกสอนให้จำ อีกอย่างคือ มันต้องมี emotion strength นะ อย่าง เปโดรซ่าเนี่ย มันเก่งนะ พอผมดูโมโตจีพี มันเก่งนะ แต่หน้ามันเครียดตลอด เทียบกับรอสซี่ มันสบายๆ หน้าตามันสบายๆ ตลอด นักกีฬามันจะต้องควบคุมใจตัวเองได้

สตอร์มไรเดอร์: ถึงพี่จะมาขี่มอเตอร์ไซค์ ได้ไม่นาน แต่พี่ได้ไปมาไกลกว่าพวกผม วิ่งไปประเทศอื่น ขี่วิบากอยู่ไม่กี่วันก็ลุยเลย ซึ่งสำหรับคนขี่มอเตอร์ไซค์มุมหนึ่งก็คือ เออ ...บ้าดี ได้ใจ ได้ใช้ชีวิตสำหรับผม หรือ Storm Riders คือได้ใจ ไม่ว่าพี่จะนามสุกลอะไร แต่วันนี้พี่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปมาแล้วทั่วประเทศ

คุณสุกี้:สำหรับผม ผมก็แฮ็ปปี้ ที่วันนี้ คนที่ขี่มานานแล้วหลายๆคนเนี่ยเค้ายอมรับ อย่างวันนี้ที่ผมไปสัมภาษณ์มา เค้าก็ถามว่าอยากให้คนมองเราเป็นคนวงการเพลง หรือวงการทีวี ขี่มอเตอร์ไซค์สำหรับผม ผมไม่ซีเรียสนะ แค่อยากให้มองว่า ผมเป็นคนทำอะไรแล้วผมทำจริงน่ะ ผมจริงใจกับมัน เหมือนอย่างเวลาผมเล่นกล้าม อย่างพวกกล้ามใหญ่ๆเนี่ย ผมเฉยๆ นะ แต่ผมจะ impress พวกที่มาใหม่ๆ แต่มันพยายามน่ะ มันจะเอาให้ได้ มันพยายาม

สตอร์มไรเดอร์: ถ้าเกิดตอนนี้ ให้พี่บอกกับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ และคนที่อยากขี่แต่ยังไม่ได้ขี่เนี่ย พี่อยากจะบอกอะไร เพราะพี่ผ่านมาหมดเร็วมาก ได้ทำในสิ่งที่คนขี่มอเตอร์ไซค์มานานหลายปี..อย่างเช่นพวกผมเนี่ย ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำ ฝันที่จะทำ

คุณสุกี้:คนที่อยากจะขี่แบบไม่เคยขี่มาก่อนแล้วยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ ผมคงจะแนะนำเหมือนฝรั่งเพื่อนผมคนนั้นที่แนะนำคือ ไปซื้อถูกๆ มาก่อน คือหลายคนอาจจะไปซื้อแพงๆ มาเพราะมันเท่ห์ไง แต่บางคันมันหลายตังค์นะ ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเราอยากขี่อะไร คุณไปเอาตรงนั้นมาก่อน อย่าง CBR 400 เนี่ยค่อยๆ ไป ผมพูดถูกป่าววะ เพราะผมว่ามันไม่ใช่ไง

สตอร์มไรเดอร์: แต่วันนี้มันไม่ใช่เท่าไหร่

คุณสุกี้:ตอนคุณซื้อคันใหญ่ๆ แล้วคุณว่ามันเอาอยู่ แต่คุณไม่เคยเจอสถานการณ์แปลกๆ มาก่อนไง พอเจอจริงๆ แล้วมันเอาไม่อยู่ มันคว่ำแน่ แล้วถ้าเกิดคุณคว่ำวันนั้น คุณก็จะไม่อยากขี่อีก คือ คุณไปลองถูกๆ ก่อน ลองไปขี่มันดู แล้วคุณจะรู้เอง อย่างเพื่อนผมนี่ก็มีนะชอบแข่งอย่างเดียวไม่ชอบอย่างอื่น ไม่ขี่ทัวร์ มันขี่พีระอย่างเดียว คือมันต้องลองก่อน เรียนรู้ตัวเอง ค้นหาตัวเอง ต้องดูจากตัวเอง มันไม่มีผิดถูก มันเหมือนกับเล่นกีตาร์ ตอนเริ่มเล่นน่ะ มันยังไม่รู้หรอกว่าจะชอบ ร็อค ชอบ แจ๊ส ลองง่ายๆ ก่อน ลองขี่ทริปใกล้ๆ ลองไปสนามดู จะได้รู้ตัวเอง

สตอร์มไรเดอร์: แต่หลายคนอาจจะมองว่าเค้าไม่มีโอกาสแบบพี่หรือเปล่า ไม่ได้มีทางเลือกมากเหมือนคุณสุกี้

คุณสุกี้:ผมว่ามันไม่เกี่ยวนะ อย่างเช่นขี่เที่ยวรอบโลกเนี่ย ฝรั่งหลายๆคนเค้าไม่ได้มีตังค์ มีชื่อเสียงนะ แต่เค้าทำได้ ผมว่ามันต้องเริ่มจากคิดก่อนนะ มันต้อง Determine น่ะ ผมพูดได้เลยนะเขมร กับ ลาวเนี่ย มอเตอร์ไซค์เ เข้าไม่ยากนะ จากประสบการณ์ผม ถ้าเอกสารคุณพร้อม มันเข้าง่าย ก็แค่ Just do it อะไรเป็น priority ของคุณในชีวิต ถ้าอะไรเป็นสิ่งที่ยูอยากทำในชีวิต มันจะทำได้เอง คือ What’s the worst you can have คือ อะไรมันจะ hear สุดล่ะ ถ้ามันจะเกิดขึ้น จริงๆแล้ว สิ่งที่มันห้ามคุณอยู่น่ะ คือสมองคุณไม่ใช่อย่างอื่น เค้าเรียก mental block

สตอร์มไรเดอร์: อย่างกรณีบิ๊กไบค์ คุณต้องมีฐานะ มีรายได้ในระดับหนึ่ง บางคนอาจจะมีรูปแบบชีวิตอย่างที่สังคมบอก คือมีงานทำที่มั่นคง แล้วถึงวันหนึ่งก็จะเริ่มหาสิ่งที่อยากทำในชีวิตพี่เห็นด้วยมั๊ยกับความคิดของผมที่ว่า ถ้าคุณอยากทำนะ คุณทำไปเถอะ อย่างผมเนี่ย อาจจะไม่ได้มีอะไรดีมากมาย แต่กับบางคนเนี่ยเค้าอาจจะนั่งเบนซ์ มองดูแล้วคิดว่าทำไมต้องไปขี่มอเตอร์ไซค์

คุณสุกี้:เด็กทุกคนเริ่มต้นเหมือนกัน คือมันไม่กลัว อย่างแม่ผมถามเนี่ย สุ..มันอันตรายหรือเปล่า ผมก็บอกว่า ถ้าผม 17 เนี่ย อันตราย แต่ถ้าเป็นตอนนี้ไม่อันตราย เพราะผมมีสติไง มันโตแล้วน่ะ เด็กทุกคนน่ะเกิดมาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่การสอน สังคมบางทีบีบให้เราเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ บางทีผมอยากจะบอกว่า บางครั้งอย่าให้สังคมมากำหนดคุณมากจนเกินไป อย่างตอนที่ผมทำหนังสือผมน่ะ ผมจะบอกว่า คุณ follow your dream คุณตามความฝันคุณ อย่างตอนผมไปโปรโมทที่เชียงใหม่ ที่ม.ช. อาจารย์เค้าก็ถามผมว่า คุณสุกี้..คุณกำลังสอนให้เด็กเหลวไหลรึเปล่า ผมก็บอกว่าไม่นะ คือ คุณต้อง follow your dream แบบมีสติ ไม่ใช่ว่าคุณทำแบบไปเรื่อย คุณต้องทำแบบมีสติ แต่บางครั้งสำหรับมอเตอร์ไซค์ มันเป็นผู้ใหญ่หัวใจเด็กน่ะ มันยังเป็นเด็กกันใช่มั๊ย แต่มันก็เป็นผู้ใหญ่ ทำมาหากิน มีอาชีพนี่หว่า

สตอร์มไรเดอร์: อย่าง Storm Rider ที่ไปทริปเนี่ย ผมไม่ได้เห็นคนอายุสี่สิบ ผมไม่ได้เห็นผู้บริหาร แต่ผมเห็นเด็กผู้ชายซนๆ คนหนึ่งน่ะ

คุณสุกี้:คุณรู้จักคนนั้นใช่มั๊ย ที่ชื่อ Nick Sander ที่ขับ R1 ไปรอบโลก เค้าขับ R1 รอบโลกเร็วสุด 21 วัน เค้าแข่งไม่เป็นนะ Knee Down ไม่เป็น แต่สถิติมันรอบโลก มันเร็วสุด แต่ผมเพิ่งไปอ่านเจอว่าทำไม คือเค้าบอกว่า เค้าเป็นคนที่ไม่ต้องนอน วันหนึ่งๆ เค้านอนแค่ชั่วโมงเดียว แต่เค้าก็ต้องขี่เป็นด้วยแหละ

สตอร์มไรเดอร์: วันนี้เป็นครั้งที่สองที่เราคุยกัน เรารู้จักคุณสุกี้มากขึ้น มากกว่าจากภาพที่เห็นในทีวี จากที่เราได้คุย ได้ถามและได้แลกเปลี่ยนกัน คุณสุกี้เองก็ได้รู้ว่า Storm Rider ทำอะไรอยู่ ในวันนี้ ในระดับนึง คำถามคือ สำหรับพี่สุกี้คิดว่า Storm Rider คืออะไร และ Storm Rider ทำอะไร จากที่พี่ได้สัมผัสมาในวงการมอเตอร์ไซค์ จากมุมมองของพี่ ทุกคำตอบไม่มีเซ็นเซอร์นะครับ

คุณสุกี้:เท่าที่สัมผัสมา สำหรับที่นั่งคุยกัน 3 คนนี้นะ คนอื่นผมไม่เคยเจอ คือเป็นคนรักการขี่ แล้วอยากเห็นสังคมมอเตอร์ไซค์ที่มันดีขึ้น มันโตขึ้น คือเรารักตรงนี้ เราอยากอยู่ตรงนี้ อยากให้มันเป็นอาชีพเรา คือถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปทำอย่างอื่น และถ้าเกิดเลือกได้ แต่มันยังมีอุปสรรคบางอย่าง อุปสรรคที่อยู่ในหัวน่ะ ผมเดาว่าตอนนี้น่ะ คงอยู่ในช่วงที่มันทำเป็นอดิเรกมานานแล้วว่ะ มันน่าจะ.... ยกตัวอย่าง อย่างไอ้เว็บเพจฝรั่งใหญ่ๆ เจ้าของเป็นพวกนักขี่ ที่เค้าอยากทำแบบนี้ อย่างไอ้ Nick Sander เค้าก็บอกว่าเค้าเป็นลูกจ้างไม่ได้ เค้าต้องทำอย่างนี้ เค้าก็ไปหาสปอนเซอร์ หาอะไรมา เหมือนกับวงการเพลงนะ วงการมอเตอร์ไซค์ตอนนี้ก็เหมือนตอนที่วงการเพลงมีแต่ค่ายใหญ่ แต่พวกตัวเล็กๆ ยังหาวิธีทำ คืออินดี้น่ะ ยังกังวลว่าพอมาทำเป็นธุรกิจแล้วเค้าจะด่ามั้ยวะ มัวแต่คิดกังวลว่าอย่างงั้นอย่างงี้ คือไม่งั้นกูก็อดิเรกไปจนตายสิวะ ผมว่าเหมือนกับ What Can I Do to… to go the Next Step วะ สิ่งที่ผมพยายามคุยกับมอเตอร์ไซค์ ก็เหมือนกับตอนทำเพลง อย่างป๊อด...ป๊อดอ่านสป็อต แล้วป๊อดยังเป็นไอคอนหรือเปล่า ก็ยังเป็นอยู่ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย เพราะว่ายูเป็นตัวจริง ไม่ต้องกังวล ต้องเลิกคิดเรื่องนั้น แต่ต้องยอมรับนะว่าช่วงแรกคุณจะเหนื่อย แต่ให้เชื่อนะ Believe in Your Self นะ เราจริงใจน่ะ เราไม่ได้ไปหลอกลวงใคร แล้วข้อดีของ มอเตอร์ไซค์หรือดนตรีน่ะคือมันมั่วไม่ได้ไง มันโดนเค้าจับได้แน่นอนถ้าคุณทำมั่วๆ

จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์เลย มันเกี่ยวกับคุณน่ะ คือ Be Honest ทั้งหมดมีร้อยเปอร์เซนต์ อาจจะมีห้าสิบเปอร์เซนต์ที่เห็นด้วยกับคุณ แล้วก็อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ไม่เห็นด้วย แต่คุณอย่าไปแคร์ตรงนั้นเพราะถ้าคุณแคร์ คุณจะไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย ถ้าอย่างนั้นคุณก็กำลังจะบอกว่า เดอะ บีทเทิ่ลส์ เค้าไม่ใช่ศิลปินเหรอวะ เพราะเค้ารวยเป็นพันๆ ล้าน ผมว่ามันไม่ใช่น่ะ ผมว่าเราต้องรักตรงนี้จริง ต้องเริ่มจากที่หัวนะ มันไม่ผิดที่จะ Start To Try น่ะ ผมพูดได้เลยว่า step แรกน่ะ mental แต่ ถ้าคุณพลิกตรงนั้นได้ปั๊บนะ ทุกอย่างเปลี่ยนเลย ยูเอาฝรั่งมาเป็นตัวอย่าง ไม่ได้บอกว่าเค้าถูกหมดนะ แต่บางเรื่องเนี่ยะ ทำไมฝรั่งทำได้แล้ว กูทำไม่ได้เหรอวะ !

ติดตาม Dream Chaser ผลงานชิ้นปัจจุบันของคุณสุกี้ ในสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทุกวันจันทร์เวลาเที่ยงคืน

หน้า 1 :: หน้า 2
 
Privacy & Policy Statements Advertisement About StormClub.com Contact Stormclub.com