Register LOGIN Forget password ?
Webboard :: Do It Your Self :: 00001326
มา setting โช๊คให้เหมาะสมกันดีกว่าครับ
ผมมีวิธีการ set โช๊คมาเล่าสู่กันฟังอ่ะครับ ถ้าเปนโช๊คที่สามารถปรับ preload ได้ก้อเข้าทางครับ
เราจะทำการปรับ spring preload กันก่อนเลยน๊ะครับโดยมีสมการ ดังนี้
static spring sag = L1 - (L2+L3) / 2
เริ่มกันที่ล้อหลังกันก่อนเลยครับ (ควรมีผู้ช่วยสัก 2 ท่านน๊ะครับ)
1 . ให้ตั้งรถให้ตรงแล้วยกท้ายรถให้ล้อพ้นจากพื้นทำการวัดระยะที่ได้(อาจวัดจากแกนล้อไปที่ชายแฟริ่งก้อได้น๊ะครับ)
Share |
atom    time: 2006-08-24 09:00:07   แจ้งลบกระทู้

ความเห็นที่ #1
ค่าที่วัดได้ในข้อแรก = L1
2. ให้ผู้ขี่(เจ้าของรถ)ไปนั่งขี่รถในท่าขี่ปกติ ผู้ช่วยคอยประคองรถให้ตรง และค่อยๆกดท้ายรถให้ยุบลงประมาณ 2.5 cm (1นิ้ว)แล้วค่อยๆปล่อยรถให้เด้งขึ้นในระดับปกติ ทำการวัดระยะ(ตำแหน่งวันเหมือนข้อ 1 ) ค่าที่วัดได้ = L 2
3. ผู้ขี่ยังคงนั่งอยู่บนอานรถเหมือนข้อสองครับ แต่คราวนี้ให้ผู้ช่วยยกท้ายรถให้สูงขึ้น 25 cm แล้วค่อยๆปล่อยรถลง ทำการวัดระยะที่ได้ = L3
4. นำค่าที่วัดได้มาเข้าสมการครับ static spring sag = L1 - (L2 + L3) / 2
โดยปกติแล้วค่า static spring sag ในการขับขี่บนท้องถนนจะอยูระหว่าง 30 - 35 mm แต่ถ้าขี่กันในสนามค่า static spring sag จะอยู่ที่ 25 - 30 mm ครับ ถ้าโช๊คใครมีค่า static มากกว่า 35 ก้อให้ทำการไข collar (ที่เราเรียกสตั้นท์อ่ะครับ)เพื่อกดสปริงให้แข็งขึ้น แต่ถ้าค่า static น้อยกว่า 25 ซึ่งจะทำให้รถกระด้างมากๆ ก้อให้คลายสปริง preload ออกให้นิ่มขึ้น
การที่สปริง preload อ่อนเกินไปจะส่งผลให้รถย้วยไม่เกาะถนน เข้าโค้งมีเป๋แน่นอน แต่ถ้าสปริง preload แข็งไปก้อกระด้างอ่ะครับก้นชาครับ
atom  2006-11-13 04:33:40      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #2
ล้อหน้าก้อทำการวัดคล้ายๆกันกับล้อหลังน๊ะครับ
1. ยกหน้ารถขึ้นให้พ้นพื้น วัดระยะจากแกนล้อถึงซีลกันฝุ่น(โช๊คหัวกลับ) = L1
2. ผู้ขี่ขึ้นไปขี่รถในท่าปกติโดยมีผู้ช่วยคอยประคองรถไว้ให้ที่ด้านท้าย จากนั้นให้ผู้ช่วยอีกคนกดหน้ารถให้โช๊คยุบ 25 mm แล้วปล่อยให้โช๊คคลายตัวแล้ววัดระยะ = L 2
3. ทำตามข้อ 2 แต่ให้ผู้ช่วยยกหน่ารถขึ้น 25 mm แล้วปล่อยแทนครับ = L3
ค่า static spring sag ของโช๊คคู่หน้าในการขับขี่บนท้องถนนจะอยู่ที่ 30 - 35 และการขับขี่ในสนามจะอยุ่ที่ 25 - 30 เช่นกันครับ
atom  2006-08-24 09:42:21      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #3
ต่อมาก้อมาว่ากันถึงเรื่องการปรับ compression damping กับ rebound damping กันต่ออ่ะครับ
compression damping = ความหนืดในการหด(กด)ตัวของโช๊ค
rebound damping = ความหนืดในการยืด(ขยาย)ตัวของโช๊คครับ
เนื่องจากว่าการปรับ rebound กับ compression นั้นไม่มีสูตรตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับชนิดรถ สภาพถนน ลักษณะการขับขี่ นิสัยความชอบส่วนตัว น้ำหนักคนขี่ ดังนั้นจึงขอกล่าวแบบกว้างๆแล้วกันน๊ะครับ เมื่อลองกดรถแล้วปล่อยนั้น รถจะต้องมีแรงหนืดในการดีดตัวกลับไม่ใช่กดรถแล้วปล่อยเด้งดึ๋งกลับทันทีน๊ะครับ อย่างน้อยผมว่าพอกดรถแล้วปล่อยเนี่ยควรใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วินาทีรถจึงดีดตัวกลับเข้าระยะเดิม
ในการปรับ damping ของโช๊คในแต่ละครั้งนั้นให้หมุนสกรูปรับเพียงครั้งละ 1 - 2 คลิ๊กแล้วให้นำรถไปวิ่งทดสอบอย่างน้อยสัก 2 - 5 km ก่อนน๊ะครับถ้ายังไม่เหมาะสมก้อปรับใหม่แล้วนำรถไปวิ่งใหม่ครับ ต้องค่อยๆปรับไป ขี่ไปครับ (ปรับ damping ปุ๊มมันจะยังไม่เปลี่ยนแปลงอ่ะไรครับต่อให้คุณขึ้นไปขย่มๆรถแล้วก้อตาม เราจึงต้องนำรถออกไปวิ่งเพื่อให้น้ำมันโช๊คเข้าที่)
หมายเหตุ
เนื่องจากเคยมีหลายๆท่านถามเรื่องการปรับโช๊ค บางท่านก้อว่าควรให้ช่างที่มีความชำนาญเปนผู้ปรับตั้งให้ แต่ความเหนส่วนตัวของผม ผมว่ารถเรา เราขี่เองควรปรับเองได้ เนื่องจากช่างไม่ได้ขี่รถเรา ไม่ได้ขี่สไตล์เรา น้ำหนักตัวช่างก้อไม่ได้เท่าเรา ดังนั้นเรา(เจ้าของรถ)จึงเปนคนที่ปรับโช๊คได้ดีที่สุดครับ อิอิ
atom  2006-08-24 11:26:19      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #4
ขอบคุณมากครับ ตรงใจมากๆเลยครับ

zx9  2006-08-25 00:27:41      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #5
เยี่ยมมากครับ
rin  2006-08-28 08:45:01      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #6
เนียนมากครับ...คุณหมอ..อิอิ..ขอบคุณครับ.. จะได้แก้อาการท้ายปัดตอนเข้าโค้ง
ที่ผมเคยเกือบหลุดโค้ง..เขาปักฯ ตอนไปมหาสารคามอ่ะ..น้าหมอจำได้ป่าวก๊าบบ..อิอิ..
ขอบคุณที่ออกกะตังค์ไป มิตติ้งทริปไปให้ก่อน...เด๋วจ่ายคืนน๊ะคร๊าบบบบ.....อิอิ..
pig'06  2006-09-04 05:32:10      แจ้งลบความเห็น

ความเห็นที่ #7
ขอบคุณมากครับที่ให้ความรู้ผม ขอให้คุณมีความสุขทุกคืนวัน เจริญด้วยพร4ประการ มี อายุ วรรณ สุขะ พละ ยิ่งๆขึ้นไปด้วยครับ
ผมอยากจะรู้วิธีปรับมาตั้งนานแล้วครับ วันนี้ผมได้รับคำตอบแล้วขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ จริงๆ
ตั้ม  2006-09-16 17:17:48      แจ้งลบความเห็น


Privacy & Policy Statements Advertisement About StormClub.com Contact Stormclub.com