|
สงสัยครับทำไมฝรั่งเขาเอาวิบากมาแปลงเป็น road racing |
พอดีไปเจอเวป www.450moto.com ครับ เห็นเขาเอาวิบากซีซีสูง ๆ เช่น yz450f มาแปลง เป็นรถทางเรียบ เกิดความสงสัยครับทำไมเขาคิดยังไงถึงทำแบบนั้น เครื่องรถวิบากมันแรงบิดเยอะ หรือว่าเขาต้องการรถสูบเดียวจะได้เสียค่า บำรุงรักษาต่ำ
ดูดูแล้วค่าแปลงมันน่าจะเยอะอยู่พอสมควร ทำไมไม่เล่นรถทางเรียบไปเลย
|
4/3 time: 2008-08-24 14:57:54
|
แจ้งลบกระทู้ |
|
ความเห็นที่ #4 |
|
อันนี้เขียวคาวาฯแปลงมาจาก kx450f |
4/3
2008-08-24 14:56:42
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #5 |
ไม่ทราบมันจะเป็นเรื่องเดียวกันกับอันนี้หรือเปล่านะครับ...
หรือบางทีอาจจะเป็นแบบ "คนละเรื่องเดียวกัน" ผมก็ไม่แน่ใจ... แต่เห็นคอนเส็ปเดียวกัน...
*ส่วนนึงผมว่า(คิดเอง)การเริ่มต้นอาจจะมาจากการที่ต้องการ Character แบบรถวิบากแต่มาอยู่ในการแข่งแบบทางเรียบมั๊งครับ... ฟีลลิ่งและแอคชั่นของรถที่ได้คงต่างกับรถทางเรียบเพียวๆ... เพราะมันพัฒนามาคนละแบบ
อารมณ์คงไม่ต่างกับการเริ่มต้นของคนที่คิดว่าน่าจะลองทำซูเปอร์โมโต(โมตาร์ด)เป็นคนแรกอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ... ^_^
**ความเห็นส่วนตัว ผมว่ารถที่ทำออกมาแล้ว รูปร่างสวยมากๆเลยครับ ออกแนวคล้ายๆตัวแข่ง 2จังหวะยุคปี 90กว่าๆ... ดูบอดี้กระทัดรัดดี... |
Ninja
2008-08-24 15:58:14
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #6 |
จากกระทู้ที่คุณ Ninja ให้มาดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ แต่รถในรูปที่ผมเอาลงเขาใช้เฟรมเดิมเลยนะครับ ส่วนรถในกระทู้ที่ว่า ทำเฟรมขึ้นมาใหม่หรือเอาไปใส่ในเฟรมรถทางเรียบที่มีอยู่แล้ว |
4/3
2008-08-24 16:09:03
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #7 |
^ ^ ^ นั่นแหละครับ คือผมก็เห็นเรื่องที่คุณว่าเหมือนกัน เรื่องการยกเครื่องไปใส่กับใช้เฟรมเดิมตามที่ว่า มันอาจจะเป็นเรื่องของการพัฒนาหรือการดัดแปลงตามเทคนิค
แต่ว่าโดยรวมคอนเส็ปคงคล้ายกัน คืออารมณ์แปลงวิบากให้กลายเป็นทางเรียบ อะไรประมาณนั้น...
มั๊งครับ... ^_^ (พอดีผมก็ไม่ได้เข้าไปดูในเว็บที่คุณให้มา บางทีคนริเริ่มเค้าอาจจะมีเหตุผลหรือแนวคิดอะไรให้เอาไว้นะครับ) |
Ninja
2008-08-24 17:03:09
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #8 |
คนนอกอยากออกความเห็น
จริงๆแล้วการพัฒนารถรูปแบบนี้ขึ้นมาเพราะมีความต้องการรถที่ใช้ในการแข่งขัน
ทดแทนรถแข่งโรงงาน 2จังหวะ 125cc เพราะมีความเห็นว่า รถโรงงานนั้น ก่อมลพิษ และราคาแพงมากอยู่ที่ 20,000-50,000เหรียญ
ในขณะที่รถวิบาก 450ccสูบเดียว นั้นราคาอยู่ที่6-7,000เหรีญ และค่าอุปกรณ์
ในการดัดแปลงรวมๆแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 20,000เหรียญ แต่ได้รถที่มีประสิทธิภาพที่ไกล้เคียง หรือสูงกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนของรถวิบากขนาดนี้มีอยู่เป็นจำนวนมากในท้องตลาด
และมีกันแทบจะทุกค่าย จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่จะนำรถมาดัดแปลงเพื่อใช้ในการแข่งขันและ
ทดแทนรถสองจังหวะโรงงานที่กำลังจะถูกพิจารณายกเลิกไป
เครื่องยนต์รถวิบากขนาดนี้เป็นเครื่องยนต์สูบเดียวที่มีขนาดเล็ก
สามารถดัดแปลงและดูแลได้ง่าย เพราะออกแบบมาให้ใช้กับรถวิบาก
โครงสร้างของรถก็มีน้ำหนักเบา เหมาะที่จะนำมาทดแทนรถขนาด125cc
2จังหวะได้ ผมว่าเหตุผลมันน่าจะเป็นอย่างนี้นะครับ |
Wirelessly
2008-08-24 17:19:03
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #9 |
|
น่าจะเป็นอย่างที่ คห. บนว่าแหล่ะครับ เพราะเคยเห็นรุ่น GP mono ใช้พวก RS 125 แต่เปลี่ยนเครื่องรถวิบาก 4 จังกวะ 250 ลงไป |
knott
2008-08-25 04:51:47
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #10 |
อื่ม ไม่คิดกันบ้างเหรอครับว่ามันไม่เกี่ยวกับรถสองจังหวะ สองร้อยห้าสิบซีซี. อันนี้อย่าหลงประเด็นนะครับ ไม่เกี่ยวกัน
ลองถามน้าบ้วย ผู้ที่ครอบครองทั้งสปอร์ตแรงสูง กับสังคมวิบาก สังคมเอ็นดูโร่ ได้ครับ ว่า มันไม่เหมือนกัน ไม่สามารถทดแทนกันได้ ไม่ว่าอารมณ์ ฟิลลิ่ง ไม่เหมือน ถ้าอยากรู้ ลองไปสัมผัสกับเพื่อนๆ ที่เล่นวิบากกันนะครับ
ที่จะบอกคือ คนเราเป็นนักคิดนักประดิษฐ์ เพราะคนเรามีสมองที่ใหญ่และฉลาดมากกว่าสัตว์ชนิดใดในโลก ดังนั้น จึงมีสิ่งประดิษฐ์ ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับจากเหตุผลข้างต้น
การคิดเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ คือสิ่งที่ท้าทายว่า เราจะทำได้รึเปล่า ทำแล้วผลที่ได้เป็นอย่างไร เพราะหากจะนำไปเทียบกับรถทางเรียบตรงๆ ยังงัยก้อสู้ไม่ได้ทุกทาง ถ้าจะเอามาแข่ง มันสู้กันไม่ได้ครับ ไม่ต้องพูดถึงตัวเงิน.... แต่ แต่ แต่สิ่งที่เค้าทำคือการฉีกกฏเกณฑ์ ไม่ใช่การทำขึ้นมาเพื่อทดแทน
คิดให้ดี คิดให้ถูก พิจารณาให้ดี พิจารณาให้ถูก เพราะหากหลงประเด็น มันจะเป็นการต่อยอดที่ผิดครับ |
หัวใจวิบาก
2008-08-25 10:34:33
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #11 |
ผมเองก็ไม่ทราบว่าในส่วนที่แท้จริงมันคือยังงัย... เพราะไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ไปทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ แต่แว่บแรกที่เห็น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของนวัตกรรม หรือการสร้างสรรค์ การทดลอง ใจผมคิดครั้งแรกที่เห็นว่ามันคงเป็นการริเริ่มเหมือนครั้งที่เริ่มมีโมตาร์ด อะไรประมาณนั้น
ซึ่งมันน่าจะออกแนวแบบที่คุณ #10 บอกไว้มั๊งครับ...
*อันนี้ก็ไม่ทราบว่าตกลงข้อสรุปมันจะคืออะไร??? แต่ก็เข้ามาคุยเล่นๆอ่ะครับ เห็นรถและเรื่องราวมันน่าสนใจดี(แล้วก็สวยดีด้วย ^_^)
|
Ninja
2008-08-25 12:36:26
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #12 |
คือ จริงๆแล้วผมแปลมาครับ
Concept road racer based on the universal 450cc single cylinder motocross unit and frame, available from all the main OEM’s – Honda, Kawasaki, KTM, Yamaha, Suzuki, and coming soon from BMW and Buell. There is also a burgeoning demand for street versions of the ‘Supermoto’ style of bikes in future showrooms, already defacto in Europe, which increases the logic of such a racing class. This proposal and concept provides a better racing transition to the bigger capacity classes for young riders as well as club racers, than existing two-stroke 125cc race bikes, currently available only from KTM and Honda and only direct from the manufacturer at a price figure of between $20-50,000.00.
There were over 25,000 450cc singles sold in US last year, adding to around 100,000 already in existence. Base price bikes new, are $6-7,500.00 and available used machines from $3,000.00 up, that will encourage the creative garage home mechanics – another necessary skill that is being bypassed by purchasing pure purpose built race bikes.
There is huge aftermarket availability for parts and speed equipment already in place, adding to market and sales value for OEMs, individual dealers and parts distributors. This also drives the potential for a broad base of support, sponsorship and team dollars.
Concept bike is a blueprint for a new ‘Pro-active’ AMA class that services the gap now between 125cc Two Strokes and below the 600cc Sportbike four cylinder machines. |
Wirelessly
2008-08-25 12:58:57
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #13 |
ขอบคุณทุกความเห็นครับผม ได้รู้อะไรขึ้นเยอะเลยครับ |
4/3
2008-08-25 16:48:32
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #14 |
แนวความคิด ของคนที่คิดดัดแปลงรถประเภทนี้ใช้ยุคเริ่มต้น ซึ่งก็เพิ่งเริ่มกันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง เค้าก็คงมีโจทย์ ดังที่คุณความคิดเห็นที่ 8 บอกไว้มั๊งครับ เพราะวัตถุประสงค์ของรถประเภทนี้ คือทำไว้ขี่ในสนามปิด ไว้ขี่เพื่อการฝึกฝน ขี่สนุก วำหรับคนที่เพิ่มเริ่มต้นขี่ หรือเด็กๆ และถ้าเคยตามข่าว อาจจะเคยเห็นที่ทางฝั่งยุโรป เค้ามีการจัดทำเป็น Academy สำหรับปั้นเด็กๆ โดยใช้รถประเภทนี้กันเลยทีเดียว
ซึ่งตัวรถที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ประเภทนี้ เมื่อก่อนก็คือรถสูตรสองจังหวะจากโรงงาน เช่น RS125-250 หรือ Aprilia RS125-250 นั่นแหละ แต่ในปัจจุบัน ค่ายปีกนกยุติการผลิตรถประเภทนี้ไปแล้ว แต่กลุ่มคนที่ต้องการใช้รถประเภทนี้ยังมีอยู่ ก็เลยเกิดแนวความคิดที่จะ "ดัดแปลง" ขึ้นมา
โดยรถที่ดัดแปลงโดยยกเครื่องรถวิบากมาลง เค้ามีการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ อัตราการทดสเตอร์เสียใหม่ให้รับกับการใช้งาน ขืนเอามาเดิมๆทั้งดุ้น มีหวังขี่ยังไม่สุดทางตรง เครื่องมันจะระเบิดไปเสียก่อนน่ะสิ
ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ต้องลองสมมุติตัวเอง ว่าอยากจะทำรถประเภทนี้ซักคัน แล้วลองถามใจตัวเอง ว่าทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วใช้งานได้แค่ไหน ก็จะได้คำตอบไม่ยาก
" ลองถามน้าบ้วย ผู้ที่ครอบครองทั้งสปอร์ตแรงสูง กับสังคมวิบาก สังคมเอ็นดูโร่ ได้ครับ ว่า มันไม่เหมือนกัน ไม่สามารถทดแทนกันได้ ไม่ว่าอารมณ์ ฟิลลิ่ง ไม่เหมือน ถ้าอยากรู้ ลองไปสัมผัสกับเพื่อนๆ ที่เล่นวิบากกันนะครับ "
มันเกี่ยวกับประเด็นนี้ตรงไหนหว่า ไม่เข้าใจ เพราะผมเอง ก็ขี่มันทุกอย่างที่เป็นสองล้อ ทั้งทางเรียบในสนาม บนถนน โมแตร่ด วิบากลุยป่า รถสูตรกระโดดเนิน...
|
banana
2008-08-26 08:06:11
|
แจ้งลบความเห็น |
|
ความเห็นที่ #15 |
นั่นดิครับ ก้อคล้ายกับเราเอารถวิบากมาทำเป็นโมตาด แต่อันนี้คือแปลงใส่แฟริ่งเพิ่ม มากกว่าพวกโมตาด+แต่งเพิ่มไปอีก คือ อย่างน้อยก้อสวยขึ้น เอาไปขี่เล่นในสนามก้อน่าจะดี เค้าไม่ได้เอาไปวิ่งทางฝุ่นนี่ครับ |
Judy
2008-08-26 12:34:54
|
แจ้งลบความเห็น |
|